|
|
วัดปัญญานันทาราม ตั้งอยู่เลขที่ ๑ หมู่ที่ ๑๐ ตําบลคลองหก อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ปัจจุบันมีเนื้อที่ ๓๘ ไร่ ๑๙ ตารางวา ทิศเหนือติดต่อกับถนนหมู่ ๑๐ และที่ดินเอกชน ทิศใต้ติดต่อกับที่ดินเอกชน ทิศตะวันออกติดต่อกับถนนสายรพช. โครงการที่ ปท.๔๑๔๒ สายทางเข้าวัดปัญญานันทารามและถนนคลองหลวง - หนองเสือ และที่ดินเอกชน ทิศตะวันตกติดต่อกับถนนหมู่ ๑๐ โดยพื้นที่ตั้ง เป็นที่ราบลุ่มอยู่ใกล้คลองชลประทาน บริเวณใกล้ เคียงเป็นที่นาสวน และบ่อเลี้ยงปลา
ประวัติความเป็นมาของวัดปัญญานันทาราม
จากผืนนาจํานวน ๖ ไร่ ใน ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ของนายพิชิต -นางจํารัส ทองสีม่วง สองสามีภรรยาชาวบ้านในท้องถิ่น ได้ถวายที่ดินให้เป็นสมบัติพระศาสนา เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๘ และจัดตั้งเป็น "สํานักสงฆ์สนเฒ่า" ต่อมาโดยการประสานงานของนางบุญส่ง โพธิจันทร์ ได้ร่วมกันถวายสํานักสงฆ์นี้แด่พระเทพวิสุทธิเมธี (หลวงพ่อปัญญานันทะ) องค์ประธานศูนย์สืบอายุพระพุทธศาสนา วัดชลประทานรังสฤษฏ์ (ที่ ระลึก ๘๐ ปี ปัญญานันทะ) เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๓๕
วันที่่ ๓๑ มกราคม ๒๕๓๗ ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งวัดในพระพุทธศาสนา ชื่อว่า "วัดปัญญานันทาราม" และคณะศิษยานุศิษย์ โดยศูนย์สืบอายุพระพุทธศาสนา ได้ร่วมใจซื้อที่ ดินเพื่มเติม เพื่อสร้างวัดปัญญานันทารามเป็นธรรมสมโภช ๘๔ ปี พระธรรมโกศาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) โดยมี พระครูปลัดศีลวัฒน์ (สง่า สุภโร) พระมหามานพ ปญฺญาวชิโร และพระมหาสมโภช ฐิติญาโณ จากวัดชลประทานรังสฤษฎ์ ร่วมสนองงานก่อสร้างวัด และกิจกรรมเผยแผ่พระศาสนา ปัจจุบันมีเนื้อที่ ๓๘ ไร่ ๕๙ ตารางวา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๔๕
ทําเนียบเจ้าอาวาส
๒๑ สิงหาคม ๒๕๓๗ - ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๓๙ พระเทพวิสุทธิเมธี (ปั่น ปฺุญานนฺโท)
รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดปัญญานันทาราม
๑๕ พฤษภาคม ๒๕๓๙ - ปัจจุบัน ท่านเจ้าคุณปัญญานันทมุนี(สง่า สุภโร)
วัตถุประสงค์ในการสร้างวัด
๑. เพื่อเป็นพุทธบูชา
๒. เพื่อเป็นสถานที่บําเพ็ญกุศลของสาธุชนทั่วไป
๓. เพื่อเป็นศูนย์ฝึกอบรมผู้ใฝ่ในการศึกษาปฏิบัติและเผยแผ่พระธรรม
๔. เพื่อเป็นธรรมสมโภช ๘๔ ปี พระธรรมโกศาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ )
๕. เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ครบ ๕๐ ปี
อุดมการณ์และจุดมุ่งหมายของวัดปัญญานันทาราม
ด้วยเจตนารมณ์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระธรรมโกศาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) ที่มุ่งมั่นให้ "สถานที่เป็นแผ่นดินส่วนนี้จะเป็นประโยชน์แก่พระศาสนาต่อไป สถานที่นี้เหมาะแก่การส่งเสริมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาให้เจริญก้าวหน้า เป็นเหมือนโรงพยาบาลทางใจของชาวโลกทั้งหลายที่มีความทุกข์ ความเดือดร้อนวุ่นวายใจ เมื่อมาสู่สถานที่นี้ก็จะได้พบความสะอาด สว่าง และสงบ ในส่วนจุดมุ่งหมายของวัดปัญญานันทาราม ท่านกล่าวว่า "สร้างพระ สร้างคน สร้างเยาวชนของชาติ สร้างศาสนทายาทให้มีชีวิตอยู่ในโลกอย่างถูกต้อง ให้มีชีวิตเรียบร้อยตามหลักคําสอนของพระพุทธศาสนา เพื่อไม่ให้ตกอยู่ในอํานาจวัตถุ มากเกินไป"
ร่มเย็น ใต้ร่มพระบารมี
|
|
เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดําเนินทรงวางศิลาฤกษ์ สร้างวัดปัญญานันทาราม และทรงปลูกต้นสาละเพื่อเป็นอนุสรณ์ ณ สวนสาละ และพระราชทานนามว่า "สวนสาละสมเด็ จพระเทพรัตนราชสุดา" และเมื่อการก่อสร้างอาคารหลังใหญ่ดำเนินการเสร็จเรียบร้อย ได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้นามอาคารว่า "อาคารเฉลิมพระเกียรติ" และได้อัญเชิญตราสัญญลักษณ์ เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ประกอบไว้ ที่หน้าบรรณ ต่อมาวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๑ ได้เสด็จพระราชดําเนินอีกวาระหนึ่ง เพื่อทรงเป็นประธานเปิดอาคารเฉลิมพระเกียรติ และทรงประกอบพิธีเททองหล่อพระประธานประจําอุโบสถวัดปัญญานันทาราม เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง ๗๒ นิ้ว |
การแบ่งเขตวัดและงานพัฒนา
วัดปัญญานันทารามเป็นวัดที่จัดสร้างเจริญรอยตามพุทธประสงค์ของพระพุทธเจ้า และเพื่อสนองงานพระเดชพระคุณหลวงพ่อปัญญานันทะ เพื่อเป็นศูนย์ศึกษาปฏิบัติและเผยแผ่พุทธธรรม
การจัดวางผังวัดกําหนดเป็นรูปแบบชัดเจน ทั้งฝ่ายภิกษุ และฆราวาสเพื่อการปฏิบัติ ตามหลักพระธรรมวินัย เอื้อเฟื่อต่อวัฒนธรรมประเพณี เพื่อช่วยกันเสริมสร้างความดีงามให้เกิดขึ้นในสังคมพุทธบริษัท ได้มีการแบ่งเป็นเขตพุทธาวาสและสังฆาวาส เพื่อพัฒนาด้านศาสนวัตถุให้เกื้อกูลต่อการสร้างศาสนบุคคลอย่างเหมาะสม
เขตพุทธาวาส (คือที่อยู่ของพระพุทธเจ้า)
เพื่อระลึกถึงพระพุทธองค์ที่ทรงประสูติ ตรัสรู้ แสดงธรรม และปรินิพพานกลางดิน ใต้ร่มไม้ตามธรรมชาติ จึงได้จัดสร้าง "อุโบสถธรรมชาติ " ถวายเป็นพุทธบูชา พร้อมองค์ประกอบอื่น อาทิเช่น : - สวนสาละสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา, ลานธรรมกาญจนาภิเษก, สวนอนุรักษ์พันธุกรรมกล้วย และสวนป่าสมุนไพร
เขตสังฆาวาส (เขตที่อยูู่ของหมู่พุทธบริษัท ๔)
ตามที่พระพุทธองค์ได้มอบพุทธศาสนาไว้กับพุทธบริษัท ๔ ดังนั้นเขตสังฆาวาสจึงไม่ได้หมายเฉพาะเขตที่อยู่ของพระภิกษุเท่านั้น แต่เป็นที่อยู่ของพุทธบริษัท ๔ จึงได้จัดแบ่งเขตสังฆาวาส เป็น ๔ เขต คือ เขตภิกษุ, เขตภิกษุณี (แม่ชี) , เขตอุบาสก และเขตอุบาสิกา และจัดสร้างศาสนวัตถุ ให้เกื้อกูลแก่การสร้างศาสนบุคคลเพื่อสร้างพระ สร้างคน สร้างเยาวชนของชาติ ให้เป็นศาสนทายาทที่ดีของพระศาสนา
การพัฒนาศาสนวัตถุ
การก่อสร้างศาสนวัตถุภายในวัดมีเท่าที่จําเป็นแก่การใช้สอยงานเผยแผ่พระศาสนา และจัดสร้างให้สอดคล้องกับธรรมชาติ ที่อุดมไปด้วยร่มไม้ และพืชพรรณนานาชนิด ได้แก่ :- ศาลาการเปรียญ, โรงครัว, เรือนพยาบาล, ศาลาสุญญตา,ศาลาธรรม, กุฏิพระภิกษุ , อาคารพักอุบาสิกา (แม่ชี) , เรือนพักผู้ฏิบัติธรรมชาย - หญิง นอกจากนี้ยังมีส่วนที่ได้จัดสร้างขึ้นให้เหมาะสมกับสภาพสังคมและวิถีชีวิตชาวพุทธ ที่เปลี่ยนแปลง เช่น :-
อาคารเฉลิมพระเกียรติ เป็นอาคารเอนกประสงค์ ๓ ชั้น ใช้เป็นหอสวดมนต์ ห้องประชุม และที่ชั้นสองและสามได้แบ่งเป็นห้องเพื่อใช้เป็นห้องพักพระวิทยากร ,ห้องคอมพิวเตอร์ , ห้องโครงการธรรมทานเพื่อปํญญาบารมี , ห้องบริการหนังสือและเทปธรรม , ที่ทํ าการมูลนิธิวัดปัญญานันทาราม , ห้องสมุด และห้องภาวนา
อาคารสํานักงานกลาง ใช้เป็นสถานที่ติดต่อ - ประสานงาน และอํานวยความสะดวกแก่ญาติโยม พุทธศาสนิกชนผู้มาเยือน